^_^ Neeranuch ^_^ Calendar

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ผานกเค้า

           ผานกเค้าเป็นภูเขาตั้งตระหง่านอยู่ริมลำน้ำพอง ในเขตท้องที่อำเภอภูผาม่าน หันหน้าชนกับภูกระดึง จังหวัดเลย ผานกเค้าอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 125 กิโลเมตร ตามทางหลวงสายขอนแก่น-วังสะพุง ผานกเค้าอยู่ทางด้านซ้ายมือของบ้านดงลาน ลักษณะของผานกเค้าเป็นภูเขาหินสีดำ บางส่วนกระเทาะออกเห็นเนื้อหินสีส้ม มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่ประปราย บริเวณที่จะมองเค้าโครงของนกเค้าได้ชัดเจน ควรเดินเข้าไปศูนย์เพาะชำกล้วยไม้ กองบำรุง กรมป่าไม้ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากถนน จะเห็นว่าลักษณะผาเหนือจงอยปากขึ้นไปมีลักษณะเป็ฯหงอนถัดลงมา เป็นหินกลมโค้งต่ำจากส่วนหงอนลงมาเป็นส่วนหัว ตรงกลางหัวมีรอยหินกระเทาะเป็นสีส้มอยู่ในตำแหน่งดวงตา ต่ำลงมาจากส่วนหัวจะถึงแนวปีกทั้งสองข้างที่กางออก
 
 
 



วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง

           วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวงพิมพ์ Tell your friend about this website


วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง อยู่ในท้องที่บ้านโคกล่าม ตำบลห้วยยาง อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงมูล มีเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2526
ลักษณะภูมิประเทศ
- สภาพพื้นที่เป็นเนินดินลูกรัง ป่าเป็นป่าเบญจพรรณมีพันธุ์ไม้เด่น คือ กระบก โมกมัน และสาธร
บ้านพัก-บริการ
- วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง ไม่มีบ้านพักไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวงโดยตรง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ10900

แหล่งท่องเที่ยว
- น้ำตกตาดโตน มีความสูงประมาณ 10 เมตร เหนือน้ำตกเป็นลานหินกว้าง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติไปที่อ่างนางลอย

การเดินทาง
- รถยนต์ วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวงอยู่ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่น ประมาณ 85 กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอกระนวน ประมาณ 21 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังแยกจากทางหลวงสายอำเภอกระนวน-อำเภอท่าคันโทตรงหลักกิโลเมตรที่ 18 ประมาณ 3 กิโลเมตร

สถานที่ติดต่อ
- วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวงสำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (ขอนแก่น) ต.ห้วยยาง อ.กระนวน จ.ขอนแก่น






ที่มา : http://www.rimnam.com/%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99/%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87.html
ที่มา : http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87&hl=th&sa=X&pwst=1&rlz=1W1ADFA_enTH439&biw=1366&bih=517&tbm=isch&prmd=imvns&tbnid=xQyeNBDvRUsPnM:&imgrefurl=http://album.siamza.com/album.php%3Falbumid%3D163995&docid=FKIKQDGYNXMbCM&imgurl=http://album.siamza.com/data/phantri/bpic/33117071679.jpg&w=480&h=328&ei=HM47T9eWB8bprAfO_ciHAQ&zoom=1&iact=hc&vpx=600&vpy=162&dur=2028&hovh=185&hovw=272&tx=107&ty=98&sig=113106215152013637216&page=1&tbnh=154&tbnw=223&start=0&ndsp=10&ved=1t:429,r:2,s:0

ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี จังหวัดขอนแก่น

การฟ้อนเตี้ยเคยนิยมเล่นในช่วงตรุษสงกรานต์ ในหมู่คนอีสานโดยเฉพาะที่จังหวัดขอนแก่นได้สืบทอดกันมาหลายชั่วรุ่น ให้ความสนุกสนานครื้นเครง โดยหนุ่มสาวจะจับคู่กันฟ้อนเตี้ย มีหมอแคนเป็นผู้เป่าให้จังหวะ ท่าฟ้อนยิ่งแปลกมากเท่าใด ก็จะยิ่งเรียกความสนใจจากคนดูได้มากเท่านั้น ปัจจุบันนี้จะมีก็แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ฟ้อนเตี้ยได้
งานวันดอกคูนเสียงแคน จัดขึ้นในเดือนเมษายน บริเวณบึงแก่นนคร เพื่อเป็นการฟื้นฟูงานบุญสงกรานต์ของภาคอีสาน มีการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า สรงน้ำพระ และพิธีรดน้ำดำหัว มีการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน ขบวนเกวียนบุปผชาติ ประกวดอาหารอีสาน แข่งเรือในบึงแก่นนคร ประกวดกลองยาว การแสดงบนเวที และออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
เทศกาลไหว้พระธาตุขามแก่น เป็นงานเฉลิมฉลองพระธาตุขามแก่น และเพื่อให้ประชาชนได้สักการะพระธาตุคู่บ้านคู่เมือง จัดขึ้นเป็นประจำในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ณ วัดเจติยภูมิ มีการแสดงศิลปะพื้นบ้าน และออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
เทศกาลไหม ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาด บริเวณศาลากลางจังหวัดเนื่องจากจังหวัดขอนแก่น มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อใช้ทอผ้าอย่างแพร่หลาย เป็นอาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ให้แก่ผู้คนในจังหวัด ทางราชการจึงให้การสนับสนุน จนจังหวัดขอนแก่นกลายเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่มีชื่อเสียงที่สุด อีกทั้งยังมีประเพณีผูกเสี่ยว ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของภาคอีสาน ที่มุ่งให้คนรุ่นเดียวกันรักใคร่เป็นพี่น้องช่วยเหลือกัน เรียกว่า "คู่เสี่ยว" เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพทอผ้าไหม และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้ จึงได้จัดกิจกรรมทั้งสองขึ้นในคราวเดียวกัน และควบคู่กับงานกาชาด ในงานจะมีขบวนแห่คู่เสี่ยว และพานบายศรีของอำเภอต่างๆ มีพิธีผูกเสี่ยว การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ประกวดผลิตภัณฑ์พื้นเมือง พาข้าวแลง และออกร้านจำหน่ายผ้าไหม ของที่ระลึกต่างๆ จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม







ที่มา : http://www.baanjomyut.com/76province/northeast/khonkaen/costom.html
ที่มา : http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99&hl=th&sa=X&rlz=1W1ADFA_enTH439&biw=1366&bih=517&tbm=isch&prmd=imvns&tbnid=KxUob5Zzdn7idM:&imgrefurl=http://www.tlcthai.com/travel/3804&docid=Ofhe6SqCEkde1M&imgurl=http://travel.tlcthai.com/wp-content/uploads/2010/11/64175.jpg&w=799&h=533&ei=97c7T7HDBMS8rAfDuOmHAQ&zoom=1&iact=hc&vpx=331&vpy=157&dur=368&hovh=183&hovw=275&tx=186&ty=105&sig=113106215152013637216&page=1&tbnh=143&tbnw=191&start=0&ndsp=12&ved=1t:429,r:1,s:0

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปราสาทเปือยน้อย

          ปราสาทเปือยน้อย ถึงแม้จะเป็นปราสาทหินที่มีขนาดไม่ใหญ่เท่ากับปราสาทหินพิมายหรืออีกหลายแห่งที่พบทางอีสานตอนใต้แต่ก็นับเป็นปราสาทเขมรที่สมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง ปราสาทเปือยน้อย หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า พระธาตุกู่ทอง สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นศิลปะผสมระหว่างศิลปะเขมรแบบบาปวนและแบบนครวัด สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู แผนผังการก่อสร้างมีความหมายเป็นเขาพระสุเมรุซึ่งถือเป็นแกนจักรวาลอันเป็นที่สถิตย์ของเทพเจ้าที่เรียกว่า "ศาสนบรรพต" สิ่งก่อสร้างภายในบริเวณปราสาทเป็นไปตามแบบแผนของศาสนสถานขอมโบราณ หน้าบันขององค์ปรางค์ประธานสลักเป็นพระยานาคราชมีลวดลายสวยงามมาก ทับหลังสลักเป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่นับว่ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ "โคปุระ" (ซุ้มประตู) อยู่ทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ด้านข้างโคปุระเจาะเป็นช่องหน้าต่าง "กำแพงแก้ว" มีฐานเป็นบัวคว่ำบัวหงาย มีการสลักศิลาแลงเป็นร่องแบบลาดบัว

การเดินทาง จากขอนแก่นจะใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (ขอนแก่น-บ้านไผ่) ระยะทาง 44 กิโลเมตร เข้าทางหลวงหมายเลข 23 (บ้านไผ่-บรบือ) ไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าสู่อำเภอเปือยน้อยอีก 24 กิโลเมตร











พระธาตุหนองแวง

       วัดหนองแวง (พระมหาธาตุแก่นนคร) ภายในวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) มีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ พระธาตุเก้าชั้น เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน เรือนยอดทรงเจดีย์ (จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น) จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่ 4 มุมและมีกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะอินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานตากแห ภายในองค์พระธาตุมีอยู่ 9 ชั้น คือ


ชั้นที่ 1 เป็นหอประชุมมีพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่บนบุษบกตรงกลางและพระประธาน 3 องค์อยู่ตรงกลาง บานประตู หน้าต่าง แกะสลักภาพนิทานเรื่องจำปาสี่ต้น โดยเฉพาะบานประตูแกะสลักภาพ 3 มิติและมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น
ชั้นที่ 2 เป็นหอพัก บานประตูหน้าต่างเขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องสังศิลป์ชัย
ชั้นที่ 3 เป็นหอปริยัติ บานประตูหน้าต่างเขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องนางผมหอม
ชั้นที่ 4 เป็นหอปริยัติธรรม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ของเก่าบานประตูหน้าต่างภาพพระประจำวันเกิด เทพประจำทิศและตัวพึ่ง-ตัวเสวย
ชั้นที่ 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์ มีบริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดรูปที่ 6 บานประตูหน้าต่างแกะสลักภาพพุทธชาดก
ชั้นที่ 6 เป็นหอพระอุปัชฌายาจารย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานชาดกเรื่องเวสสันดร
ชั้นที่ 7 เป็นหอพระอรหันตสาวก บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานเรื่องพระเตย์มีใบ้
ชั้นที่ 8 เป็นหอพระธรรม เป็นที่รวบรวมพระธรรม คัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนามีพระไตรปิฏก ฯลฯ บานประตูแกะสลักรูปพรหม 16 ชั้น
ชั้นที่ 9 เป็นหอพระพุทธ ตรงกลางมีบุษบก เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บานประตูแกะสลักภาพ 3 มิติ รูปพรหม 16 ชั้น และสามารถชมทัศนียภาพของตัวเมืองขอนแก่นได้ทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นบึงแก่นนครได้สวยงามมาก
เปิดให้พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ได้ทำบุญและสักการะพระบรมสาริกธาตุ ตั้งแต่ช่วงเช้า ถึง 18.00 น.








อุทยานแห่งชาติน้ำพอง

       อุทยานแห่งชาติน้ำพอง เป็นชื่อเรียกตามต้นกำเนิดลำน้ำพองที่ไหลมารวมกับอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ (เดิมชื่ออ่างเก็บน้ำน้ำพอง) เป็นอุทยานแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามข้อเสนอของจังหวัดขอนแก่น แต่เดิมมีชื่อเรียกว่า “น้ำพอง-ภูเม็ง” เพราะมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเทือกเขาภูเม็ง อุทยานแห่งชาติน้ำพองตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดขอนแก่นติดกับเขื่อนอุบลรัตน์ ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโสกแต้ ป่าภูเม็ง ป่าโคกหลวง ป่าโคกหลวงแปลงที่สาม ป่าภูผาดำ ป่าภูผาแดง ในเขตอำเภออุบลรัตน์ อำเภอบ้านฝาง อำเภอหนองเรือ อำเภอภูเวียง (พื้นที่น้ำ) อำเภอมัญจาคีรี และอำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของ อำเภอบ้านแท่น อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่ประมาณ 197 ตารางกิโลเมตร หรือ 123,125 ไร่

 
จังหวัดขอนแก่น ได้มีหนังสือลงวันที่ 30 มีนาคม 2538 ขอให้กรมป่าไม้พิจารณากำหนดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเม็ง ป่าโคกหลวง ป่าโคกหลวงแปลงที่สาม ในท้องที่จังหวัดขอนแก่น ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 และ 17 มีนาคม 2535 เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีทิวทัศน์และจุดเด่นที่สวยงาม โดยจังหวัดขอนแก่นได้แต่งตั้งคณะกรรมการทำการสำรวจปรับปรุงแนวเขตให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนในพื้นที่ทุกฝ่ายแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตและที่ทำกินของราษฎรในพื้นที่ป่าดังกล่าว

กรมป่าไม้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ป่าดังกล่าวปรากฏว่า พื้นที่ป่ายังมีความสมบูรณ์ หากพิจารณาตามความหมายของอุทยานแห่งชาติแล้วยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ แต่สมควรอนุรักษ์ไว้สำหรับประชาชนจังหวัดขอนแก่น โดยเห็นสมควรกำหนดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ใกล้เคียงเพิ่มเติม ได้แก่ ป่าโคกหลวง ป่าภูผาดำ และป่าภูผาแดง จังหวัดชัยภูมิ และป่าโสกแต้ รวมพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เป็นอุทยานแห่งชาติด้วย เนื่องจากยังมีสภาพป่าสมบูรณ์ มีจุดเด่นและจุดชมทิวทัศน์ที่น่าสนใจ

อุทยานแห่งชาติน้ำพองได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินป่าโสกแต้ในท้องที่ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ ตำบลทุ่งโป่ง ตำบลโคกสูง อำเภออุบลรัตน์ ตำบลนาหว้า ตำบลหนองกุงเซิน อำเภอภูเวียง ตำบลโคกงาม ตำบลป่าหวายนั่ง ตำบลบ้านฝาง อำเภอบ้านฝาง และตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ป่าภูเม็ง และป่าโคกหลวง ในท้องที่ตำบลบ้านเม็ง ตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ ตำบลคำแคน ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี ตำบลป่ามะนาว อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น และตำบลสระพัง ตำบลบ้านเต่า ตำบลหนองคู อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ และป่าโคกหลวง ป่าภูผาดำ ป่าภูผาแดง และป่าโคกหลวง แปลงที่สาม ในท้องที่ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี ตำบลบ้านโคก ตำบลซับสมบูรณ์ อำเภอโคกโพธิ์ไชย อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น และตำบลหนองสังข์ ตำบลบ้านแก้ง ตำบลช่องสามหมอ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนที่ 105ก ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2543 นับว่าเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 100 ของประเทศไทย


       อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
ตู้ ปณ.13 (ดอนโมง)  อ. หนองเรือ  จ. ขอนแก่น   40240
โทรศัพท์ 0 4335 8074 (VoIP)   โทรสาร 0 4335 8074 (VoIP)  

อีเมล namphong_np@dnp.go.th


 
   












 ที่มา : http://web3.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=26&lg=1

^_^ เขื่อนอุบลรัตน์ ^_^

       เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนพลังน้ำ แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นแห่งที่สอง ของประเทศไทยต่อมาจาก เขื่อนภูมิพล สร้างปิดกั้นแม่น้ำพองที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น แต่เดิมมีชื่อ เขื่อนพองหนีบ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๐๗ สร้างเสร็จในปี ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราช ดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๙ และได้พระราชทานชื่อใหม่ว่า เขื่อนอุบลรัตน์ แต่เดิมเขื่อนสูง ๓๒ เมตร ต่อมาในปี ๒๕๒๗ ได้ทำการปรับปรุงเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเขื่อนในการบรรเทาอุทกภัยให้สูงขึ้น และเป็นการเสริมความปลอดภัยให้แก่ตัวเขื่อนโดยการเสริมสันเขื่อนให้สูงขึ้นอีก ๓.๑ เมตร ส่วนฐานเขื่อนด้านท้ายขยายจากเดิมซึ่งกว้าง ๑๒๐ เมตร เป็น ๑๒๕ เมตร ปรับปรุงแล้วเสร็จเมื่อต้นปี ๒๕๓๐


       การเที่ยวที่เขื่อนอุบลรัตน์  เขื่อนอุบลรัตนมีสถานที่น่าไปเที่ยวอยู่ 2 ที่ จุดแรกคือบริเวณสันเขื่อน ซึ่งจะต้องเข้าไปในพื้นที่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จุดที่น่าสนใจคือ ชมวิวสันเขื่อน และชมวิวอ่างเก็บน้ำ  สำหรับร้านอาหารริมเขื่อนจะเป็นร้านสโมสรของการไฟฟ้าออกแนวหรูๆ อยู่ในตู้กระจก สำหรับจุดชมวิวด้านล่างก็จะมีป้ายเตือนว่า " อย่าเช่าเรือ หรือขึ้นเรือเช่าออกไปเที่ยวในอ่างเพราะอาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิต "  ลงเล่นน้ำไม่ได้เพราะไม่มีหาด ดังนั้นการเที่ยวที่จุดนี้คือการขับรถเข้ามาจอดชมวิวดังที่เห็นในภาพ  ไม่มีการกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นเท่าที่ควร และกิจกรรมท่องเที่ยวก็ไม่มีอะไรนอกจากไปชมวิว แล้วก็เข้าร้านอาหาร
จุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเขื่อนอุบลรัตน์คือ ชายหาดบางแสน 2 ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเขื่อน ลักษณะมีหาดทรายยาว มีร้านอาหารชาวบ้าน และมีหาดให้ลงเล่นน้ำ  จุดนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้ๆ เคียง ในช่วงฤดูร้อนจะมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก


การเดินทาง
เขื่อนอุบลรัตน์ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๕๐๒ กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ ๗ ชั่วโมง ใช้เส้นทางถนนสายมิตรภาพ หรือทางหลวงหมายเลข ๒ ไปจนถึงจังหวัดขอนแก่น ขับเลยจากขอนแก่นขึ้นไปตามถนนเส้นเดิม อีกประมาณ 28 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไปตามเส้นทาง 2109 อีก 25 กิโลเมตร  เห็นป้ายทางเข้าเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 500 เมตรก็ถึงสันเขื่อน  ทางเข้ามีป้ายบอกชัดเจน


ิติดต่อสอบถาม
ท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดการเข้าเยี่ยมชมได้ที่แผนก ประชาสัมพันธ์เขื่อนอุบลรัตน์ โทร(๐๔๓)๔๔๖๒๓๓-๔ ต่อ ๒๐๕๐,๒๐๕๖ โทรสาร (๐๔๓)๔๔๖๑๕๒
หากประสงค์จะพักแรมติดต่อได้ที่หน่วยบ้านรับรอง เขื่อนอุบลรัตน์ โทร.(๐๔๓)๔๔๖๒๓๑, ๔๔๖๒๓๓-๔ ต่อ ๕๘๖๔



                                       

สะพานเดินไปจุดชมวิว


สันเขื่อน



 


                         

ประตูระบายน้ำลงคลองชลประทาน



ริมฝั่งจุดชมวิว